วิตามินดี สำคัญมากกว่าที่คุณคิด กุญแจสำคัญสู่สุขภาพดี

วิตามินดี (Vitamin D) มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด กุญแจสำคัญสู่สุขภาพดี

วิตามินดี (Vitamin D) สารอาหารที่คนส่วนใหญ่มักจะละเลยและไม่ค่อยให้ความสำคัญเหมือนสารอาหารชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ วิตามินซี แคลเซียม โอเมก้า 3 หรือแม้กระทั่งสมุนไพรชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหลินจือ ถั่งเช่า อาจจะเป็นเพราะความรู้ที่เราทราบกันว่าแค่เดินออกไปรับแสงแดดก็ได้วิตามินดีเพียงพอแล้ว ซึ่งตอนแรกผมก็คิดเช่นนั้น แต่พอมาวันนี้ความเชื่อนั้นก็โดนสั่นคลอนด้วยข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น

ถ้าพูดถึงประโยชน์ของวิตามินดี ส่วนใหญ่มักจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ป้องกันโรคข้อเสื่อมและกระดูกพรุน ส่วนประโยชน์ในด้านอื่นก็มักจะนึกกันไม่ค่อยออกจริงๆ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะข้อมูลในอดีตเกี่ยวกับวิตามินดีมันมีค่อนข้างน้อยและที่เด่นชัดที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องกระดูกและฟัน

  • วิตามินดี ไม่ได้เป็นแค่สารอาหารบำรุงกระดูก วิตามินดีควบคุมสมดุลของร่างกาย การเจริญเติบโต ระบบภูมิคุ้มกัน อารมณ์ ระบบกล้ามเนื้อ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด

ปัจจุบันวิตามินดีได้รับการศึกษามากขึ้น ทำให้ค้นพบบทบาทหน้าที่ที่สำคัญต่อสุขภาพมากมาย ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะเรื่องของกระดูกเท่านั้น  การศึกษาวิจัยทำให้เราทราบถึงประโยชน์และความสำคัญของวิตามินดีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจไขความลับเกี่ยวกับการมีสุขภาพที่ดี วิตามินดีเกี่ยวข้องกับสุขภาพองค์รวม ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบสมองและประสาท อารมณ์ ระบบกล้ามเนื้อ ระบบความหัวใจและอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยควบคุมสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติ

  • ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เองจากแสงอาทิตย์ เพียงแค่คุณออกนอกบ้านไปรับแสงแดงในตอนเช้าหรือเย็น 15-20 นาที คุณก็ได้รับวิตามินดีเพียงพอแล้ว

แหล่งของวิตามินดี

  1. วิตามินดีที่ได้จากอาหาร แหล่งของอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี ได้แก่ตับ ไข่แดง นม ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอล ปลาทูน่า ปลาซาดีน 
  2. วิตามินดีที่ได้จากการกระตุ้นด้วยแสง UV โดยเฉพาะแดดในตอนเช้า 
  3. วิตามินดีที่ได้จากการทานอาหารเสริม 

เรื่องแปลกแต่จริง

  • แต่รู้หรือไม่ คนไทยร้อยละ 42.5 ได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน มีแสงอาทิตย์ตลอดทั้งปี

คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครมีระดับวิตามินดีต่ำกว่าคนไทยในภูมิภาคอื่น ๆ โดยกว่าร้อยละ 60 ของคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และเกือบร้อยละ 50 ของคนในตัวเมืองแต่ละจังหวัดต่าง ๆ มีภาวะพร่องวิตามินดีมากกว่าคนในพื้นที่ชนบท ทั้ง ๆ ที่ร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้จากผิวหนังเมื่อโดนแสงแดด แต่จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป การนิยมผิวขาวไม่อยากผิวดำ พฤติกรรมการใช้ครีมกันแดด รวมถึงคนส่วนใหญ่อยู่ในห้องหรืออาคาร โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ ทำให้การออกมาสัมผัสแสงแดดลดลง จึงทำให้เกิดภาวะที่เราเรียกว่า ภาวะพร่องหรือขาดวิตามินดี

  • คนกรุงเทพ มีระดับวิตามินดีต่ำกว่าคนต่างจังหวัด

  • คนในตัวเมือง มีระดับของวิตามินดีต่ำกว่าคนที่อาศัยนอกเขตเมือง

.

จากการศึกษาทำให้เราทราบข้อมูลของวิตามินดีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพควบคุมสมดุลของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดี ดังนี้

1.ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง วิตามินดีมีประโยชน์ต่อกระดูกและฟัน ช่วยการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยป้องกันโรคกระดูกบาง (osteopenia) และกระดูกพรุน (osteoporosis)

2.กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune System)  มีการค้นพบตัวรับของวิตามินดี (Vitamin D Receptor) บนเซลล์เม็ดเลือดขาว T cell และ B cell ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาคุกคามร่างกาย เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เซลล์มะเร็ง

3.ต่อต้านมะเร็ง ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบว่า ถ้ากินวิตามินดี ขนาด 25 ไมโครกรัมทุกวัน จะสามารถป้องกันโรคมะเร็งล้าไส้ใหญ่ได้ถึงร้อยละ 50 นอกจากนี้วิตามินดียังช่วยต้านโรคมะเร็งต่าง ๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) และมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

4.ช่วยลดการเกิดสภาวะเครียดออกซิเดชั่น (oxidative stress) ช่วยชะลอการแก่ของเซลล์ต่างๆ ในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม

5.ช่วยลดความเครียดและภาวะซึมเศร้า วิตามินดีช่วยให้สมองหลั่งสารเซโรโทนิน (Serotonin) มากขึ้น ซึ่งเซโรโทนินเป็นสารสื่อประสาทในสมองที่มีผลช่วยลดความเครียด (Stress) และ ภาวะซึมเศร้า (Depression)

6.ช่วยให้การทำงานของระบบกล้ามเนื้อดีขึ้น วิตามินดีช่วยให้การนำออกซิเจนจากเลือดส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ ได้ดีขึ้นขณะออกกำลังกาย ลดอาการเมื่อยล้าและอักเสบของกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อ สามารถรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น

7.ช่วยป้องกันการลื่นล้มในผู้สูงอายุ  วิตามินดีจำเป็นต่อการยืดและหดตัวของมัดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา ทำให้มัดกล้ามเนื้อขามีความแข็งแรง ตอบสนองต่อการก้าวเดินได้ดียิ่งขึ้น จากการศึกษาในผู้สูงอายุซึ่งมีความเสี่ยงต่อการลื่นล้มสูง

8.ควบคุมการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ในร่างกาย

9.ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างอินซูลินที่ตับอ่อน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

10.ช่วยควบคุมความดันโลหิต วิตามินดีช่วยลดการสร้างสารเรนนิน (Renin) ที่ไต ทำให้ระดับความดันเลือดลดลง วิตามินดีช่วยให้ระบบของหลอดเลือดในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันสูง

.

ในกรณีที่มีภาวะการขาดวิตามินดีจนนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคกระดูกอ่อนในเด็ก ฟันผุขั้นรุนแรง ภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ หรือผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน อาจจะพิจารณารับประทานวิตามินดีในรูปแบบยาได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์

ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีเองได้ใต้ชั้นผิวหนัง ผ่านการกระตุ้นจากรังสียูวีบี  (Ultraviolet B ray) เพื่อป้องกันการขาดวิตามินดี แนะนำให้ออกมาสัมผัสแสงแดดบ้าง โดยเฉพาะแสงแดดตอนเช้าและเย็น ไม่ควรออกไปรับแสงแดดจัดในตอนกลางวัน เพราะปริมาณรังสียูวีที่เข้มเกินไป อาจจะเกิดอันตรายแก่ผิวหนังได้

แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูงได้แก่ ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน น้ำมันตับปลา ไข่แดง ตับ ยีสต์ เห็ด และนมที่มีการเติมวิตามินดี และออกไปรับแสงแดดในตอนเช้า จะดีที่สุด แต่ถ้าหากเราไม่สามารถปรับไลฟ์สไตล์ การรับประทานวิตามินดีในรูปของอาหารเสริม (Vitamin D Supplementation) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและผลลัพธ์ที่ดีควรปรึกษาแพทย์และตรวจระดับวิตามินดีในเลือดก่อนเสริมวิตามิน

.

บทความที่น่าสนใจ

อ้างอิง

1.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ : วิตามินดี มีดีกว่าที่คุณคิด

2.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน : วิตามินดี ประโยชน์ดีๆ มีมากกว่าที่คิด

3. วารสาร THAM-LAB ฉบับที่2 ปีที่ 5 เดือน มิถุนายน 2561 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

4.Chailurkit et al. Regional Variation and Determinants of Vitamin D Status in Sunshine-abundant Thailand. BMC Public Health 2011, 11:853

Related posts