ซิงค์ (Zinc) หรือ ธาตุสังกะสี สารอาหารดีๆ ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องเพศ

ซิงค์

ซิงค์ (Zinc) หรือ สังกะสี สารอาหารดีๆ ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องเพศ คนส่วนใหญ่ถ้านึกถึงซิงค์ หรือสังกะสี คงจะนึกถึงเรื่องบำรุงสุขภาพผู้ชาย บำรุงอสุจิ เป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่า ซิงค์เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก สังกะสีมีบทบาทสำคัญต่อปฏิกิริยาชีวะเคมีในเกือบทุกกระบวนการในร่างกายของมนุษย์ คาดกันว่า ซิงค์เกี่ยวข้องกับการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายมนุษย์มากกว่า 300 ชนิด ทำให้ซิงค์มีบทบาทสำคัญช่วยควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติของทุกๆระบบในร่างกาย เช่น ควบคุมการเจริญเติบโต การสร้างดีเอ็นเอ การแบ่งเซลล์ การสร้างโปรตีน การสร้างภูมิคุ้มกันโรค การเจริญของระบบสืบพันธุ์ การมองเห็น การหายของบาดแผล การรับสัมผัสรส ควบคุมระบบการเผาผลาญของแป้งและไขมัน ป้องกันเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ นั่นแสดงให้เห็นว่า ซิงค์ หรือ สังกะสีมีความสำคัญและจำเป็นมากเพียงใด

สังกะสี เป็นสารอาหารที่อยู่ในกลุ่มแร่ธาตุ ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยๆ แต่ขาดไม่ได้

สังกะสี ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในการสร้างโปรตีน การย่อยอาหาร การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน จึงมีความสำคัญในกระบวนการเจริญเติบโตและการพัฒนาการในเด็ก การขาดสังกะสีทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก การเจริญพันธุ์ทางเพศช้า ซึ่งจะเห็นได้ชัดในเด็กผู้ชาย เช่น การมีหนวดเครา เสียงแตก เป็นต้น

ซิงค์ (Zinc) เป็นแร่ที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ซึ่งอาหารที่มีธาตุสังกะสีเยอะได้แก่ หอยนางรม ตับ ไข่ เนื้อแดง เนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล ถั่วและธัญพืช พบได้น้อยในผักและผลไม้ เพราะในผักผลไม้มีใยอาหารและมีสารไฟเตต (phytate) ซึ่งจะไปจับกับสังกะสีทำให้ร่างกายดูดซึมได้น้อยลงดังนั้น ผู้ที่รับประทานอาหารเจและมังสวิรัติอาจจะพบภาวะการขาดธาตุสังกะสีได้

สังกะสี พบมากใน หอยนางรม ตับ ไข่ เนื้อแดง เนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล ถั่วและธัญพืช
สังกะสี พบได้น้อยใน ผักและผลไม้  

แต่ในบางกรณีร่างกายอาจจะมีความต้องการใช้สังกะสีมากยิ่งขึ้น คือ ช่วงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ควรรับประทานสังกะสีให้เพียงพอ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีการแบ่งเซลล์ สร้างเซลล์ใหม่เพื่อการเจริญเติบโต

ปริมาณแร่ธาตุสังกะสีที่แนะนำต่อวันคือ 15 มิลลิกรัม
ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรได้รับวันละ 20-25 มิลลิกรัม

เนื่องจากสังกะสีมีบทบาทสำคัญของต่อการเจริญเติบโตของรางกาย เกี่ยวข้องปฏิกิริยาเคมีทีสำคัญในร่างกาย ทำให้ถ้าขาดซิงค์จะเกิดภาวะผิดปกติของร่างกายต่างๆ ดังนี้

ผมร่วง แตกปลาย เล็บเปราะ เป็นจุดสีขาว ผิวหนังแห้งและอักเสบ บาดแผลหายช้า ภูมิคุ้มกันลดลง ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เบื่ออาหาร การรับรู้รสน้อยลง มีอาการซึมเศร้า หงุดหงิดบ่อย ขาดสมาธิ เหม่อลอย

 

.

สังกะสี หรือ ซิงค์ (zinc) มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลายประการดังนี้

1.บำรุงผม บรรเทาอาการหลุดร่วงของเส้นผม สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม มีส่วนสำคัญต่อการสร้างเซลล์ใหม่ ซ่อมแซมผมที่อ่อนแอให้เจริญเติบโตและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น สังกะสีช่วยให้สุขภาพผมแข็งแรง ช่วยบรรเทาปัญหาบางประการของเส้นผม เช่น ผมร่วม ผมแห้งไม่มีชีวิตชีวา ผมแตกปลาย ผมขาดง่าย ผมหงอกก่อนวัน รวมถึงช่วยควบคุมความมันบนหนังศีรษะ

2.รักษาการอักเสบของสิว ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า สังกะสีเกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลและปริมาณของไขมันในชั้นผิวหนัง เช่นบริเวณใบหน้า จึงช่วยลดการอุดตันจากไขมันได้ ช่วยอาการอักเสบของสิวดีขึ้น ช่วยให้สิวหายเร็ว นอกจากนี้สังกะสียังช่วยให้เซลล์นำวิตามินเอไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงช่วยลดการอักเสบและลดความมันของผิวได้ดี

3.ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น สังกะสีเกี่ยวข้องกับการสร้างกรดนิวคลีอิกของเซลล์ ช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่และแซ่มแซมตัวเอง ในระหว่างที่ร่างกายมีการอักเสบ ผ่าตัด เป็นแผล ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จำเป็นต้องใช้สังกะสีเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นควรรับประทานร่วมกับวิตามินซี

4.เสริมฮอร์โมนเพศชาย ช่วยสร้างตัวอสุจิ สังกะสีเกี่ยวข้องกับกระบวนการการเจริญเติบโตของร่างกาย มีส่วนร่วมกับสร้างดีเอ็นเอของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็วๆ เช่น ผม ผิวหนัง อสุจิ จากการศึกษาพบว่า การรับประทานซิงค์ต่อเนื่องกัน 45-50 วัน ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย รวมถึงช่วยเพิ่มจำนวนและการเคลื่อนไหวของอสุจิได้ดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาภาวะบุตรยาก ที่ต้องการอยากจะมีลูก

5.ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน สังกะสีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยพบว่าทำให้เม็ดเลือดขาวชนิด ทีเซลล์ลิมโฟไซต์ (T-lymphocyte) ทำงานดีดียิ่งขึ้น จึงช่วยร่างกายกำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส แบคทีเรีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

6.ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา (Slows Macular Degeneration) มีการศึกษาในผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อม รับประทานสังกะสีวันละ 50 มิลลิกรัม เป็นเวลา 3 เดือน พบว่าช่วยชะลอการดำเนินของโรคให้ช้าลงได้ ช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียการมองเห็น สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการเปลี่ยนวิตามินเอ (ซึ่งอยู่ในรงควัตถุที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น) ให้อยู่ในรูปที่ทำงานได้ การขาดสังกะสีจะทำให้มีอาการตาฟางหรือตาบอดกลางคืนเหมือนกับการขาดวิตามินเอ

7.มีส่วนช่วยในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ สังกะสีช่วยให้เอ็นไซม์หลายชนิดในร่างกายมนุษย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมูเทส (SOD) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย ป้องกันเซลล์ต่างๆ จากการถูกโจมตีด้วยอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้

8.มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด มีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานสังกะสีเป็นประจำช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความไวของอินซูลินและลดแรงต้านอินซูลินต่ออวัยวะเป้าหมาย ส่งผลให้ระดับน้ำตาลลดลง ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลทำได้ดียิ่งขึ้น

9.ช่วยลดไขมันโคเลสเตอรอล มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานสังกะสีช่วยลดระดับแอลดีแอลโคเลสเตอรอล (LDL-Chlolesteral) และ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่าการที่ร่างกายมีระดับของสังกะสีที่ต่ำจะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้

.

ปริมาณสังกะสีที่ควรได้รับในแต่ละวัน

  • อายุ 1-10 ปี ควรได้รับวันละ 10 มิลลิกรัม
  • อายุ 11-51 ปี ควรได้รับวันละ 15 มิลลิกรัม
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรได้รับวันละ 20-25 มิลลิกรัม

.

ผลเสียจากการได้รับสังกะสีมากจนเกินไป

มากเกินกว่า 100 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลต่อระดับคลอเรสเตอรอลที่จะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด

มากเกินกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ เกร็งบริเวณกล้ามเนื้อท้อง และเกิดอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร

มากเกินกว่า 1.5 เท่าของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน หากเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานาน สังกะสีจะเข้าไปลดการดูดซึมทองแดงและธาตุเหล็ก ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง

.

ปกติถ้าเรารับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ ตับ อาหารทะเล ถั่วและธัญพืชเป็นประจำแล้ว ก็จะไม่พบภาวะการขาดธาตุสังกะสี แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการจำหน่ายซิงค์ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจจะพบภาวะการได้รับสังกะสีเกินขนาดได้ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ พึงสังเกตและให้ความสำคัญเสมอในกรณีที่จะรับประทานสังกะสีในรูปแบบของวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะต้องไม่รับประทานเกินกว่าฉลากที่กำหนด ซึ่งปกติโดยทั่วไปก็รับประทานวันละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว

.

บทความที่เกี่ยวข้อง

.

อ้างอิง

  1. Smailhodzic D.,et al. Zinc supplementation inhibits complement activation in age-related macular degeneration. PLoS One. 2014 Nov 13;9(11):e112682. doi: 10.1371/journal.pone.0112682. eCollection 2014.
  2. Jayawardena R, Ranasinghe P, Galappatthy P, Malkanthi R, Constantine G, Katulanda P. Effects of zinc supplementation on diabetes mellitus: a systematic review and meta-analysis. Diabetol Metab Syndr. 2012 Apr 19;4(1):13.
  3. Priyanga Ranasinghe, et al. Effects of Zinc supplementation on serum lipids: a systematic review and meta-analysis. Nutr Metab (Lond). 2015; 12: 26.